วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

            
 
             
 

1.สัญลักษณ์ในทางพันธุศาสตร์ไม่ได้มีการกำหนดแบบตายตัว สัญลักษณ์ที่ใช้แทนยีนอาจเขียนได้หลายแบบ  เขียนด้วยอักษรภาษาอังกฤษตัวเอน  เช่น T  แทนยีนต้นสูง  และนิยมใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวกัน  เช่น  ตัวพิมพ์ใหญ่ คือ แทนยีนเด่น  และตัวพิมพ์เล็ก  คือ t  แทนยีนด้อย  หรือใช้เครื่องหมายแทนสัญลักษณ์ เช่น  +  และ  
            นอกจาการใช้ลักษณะเด่นในการกำหนดตัวอักษรแทนลักษณะของยีน เช่น ลักษณะฝักสีเขียวใช้ G และลักษณะฝักสีเหลืองใช้ g อาจใช้ลักษณะด้อยเป็นตัวกำหนดก็ได้  เช่น  ลักษณะฝักสีเขียวใช้ Y และลักษณะฝักสีเหลืองใช้

2.กฎของความน่าจะเป็น  มี 2 ข้อ คือ
                        1. กฎการคูณ ใช้กับเหตุการณ์ต่างๆ  ที่สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกัน  เหตุการณ์ใดๆที่ต่างเป็นอิสระต่อกัน โอกาสที่เหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้พร้อมกันมีค่าเท่ากับผลคูณของโอกาสที่จะเกิดขึ้นแต่ละเหตุการณ์ เช่น
                        เมล็ดกลมมีโอกาสปรากฏ ¾
                        เมล็ดขรุขระมีโอกาสปรากฏ ¼                                         
                        เมล็ดสีเหลืองมีโอกาสปรากฏ ¾
                        เมล็ดสีเขียวมีโอกาสปรากฏ ¼                                                   
ดังนั้นโอกาสที่จะเกิด
                        เมล็ดกลม-สีเหลือง     =   ¾  ×  ¾   =   9/16
                        เมล็ดกลม-สีเขียว        =   ¾  × ¼    =   3/16
                        เมล็ดขรุขระ-สีเหลือง =   ¼  ×  ¾   =   3/16
                        เมล็ดขรุขระ-สีเขียว    =   ¼  ×  ¼   =   1/16
                        2. กฎการบวก ใช้กับเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่สามารถเกืดขึ้นได้พร้อมกัน  ความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งหรือเหตุการณ์ที่สองจะเท่ากับความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุการณ์ที่หนึ่งบวกด้วยความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุการณ์ที่สอง  เช่น  ในการโยนเหรียญ 1 เหรียญ โอกาสที่จะออกหัวเท่ากับ ½ โอกาสที่จะออกก้อยเท่ากับ ½  ดังนั้น โอกาสที่โยนเหรียญครั้งหนึ่งแล้วจะออกหัวหรือก้อยมีค่าเท่ากับ ½ + 1/2
= 1
        3.การเข้าคู่กันของยีนที่เป็นแอนลีลกัน
 สามารถเกิดได้อย่างอิสระขณะเกิดการปฏิสนธิ
รูปแบบของจีโนไทป์ที่เกิดขึ้น สามารถหาได้โดยใช้
ตารางพันเนตต์ (Punett  square ) ซึ่งเรียกชื่อตารางตาม
ชื่อคนแรกที่ใช้วิธีนี้ คือ รีจินัลด์  ซี พันเนตต์ (Reginald C. Punnett)
                             ที่มา http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/284/3/bio/3-Genetic/3-Genetic_files/slide0062_image088.jpg





                     สเปิร์ม
       เซลล์ไข่
R
r
R
RR
Rr
r
Rr
rr

        
          4.การผสมกลับหรือแบคครอส (backcross) เป็นการผสมพันธุ์โดยนำลูกผสมไปผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์  การผสมกับมีประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์พืชหรือสัตว์เพื่อให้ได้ลูกผสมมีลักษณะดีตามที่ต้องการ
          5.การเขียนจีโนไทป์ของยีนที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรม ที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ เมนเดลจะนิยม
เขียนสัญลักษณ์ของยีนโดยใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่เอนที่มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายปรากฏอยู่ข้างบน เช่น RR ดอกสีแดง R'R' ดอกสีขาว RR' ดอกสีชมพู หรือ สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายปรากฏอยู่ข้างล่าง
 เช่น r1 r2 r3 เป็นยีนที่ควบคุมให้เมล็ดข้าวสาลีมีสีขาว
          6.หมู่เลือดในคนมีไม่ต่ำกว่า 14 ระบบ  เช่น  ABO  MN  Rh และ Xg เป็นต้น  โดยหมู่เลือดระบบ ABO มียีนควบคุม 3 แอลลีล
      
 7.โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ผู้ป่วยจะมีอาการ
โลหิต จางมาแต่กำเนิดมีอาการดีซ่าน เริ่มด้วยตับและม้ามโต            
 จนอาจทำให้หัวใจวายได้ ซึ่งเกิดจากยีนด้วยในโครโมโซม
คู่ที่ 16 และยีนด้อยในโครโมโวมคู่ที่ 11 
ถ้าเป็นยีนด้อยในโครโมโซมคู่ที่ 16 ทำให้การสร้างพอลิเพปไทป์
สายแอลฟาของ ฮีโมโกลบินผิดปกติ
 แต่ถ้าเกิดจากยีนด้อยในโครโมโซม คู่ที่ 11
จะทำให้การสร้างพอลิเพปไทป์ สายบีตาผิดปกติในประเทศไทย
มีประชากรที่มียีนของโรคธาลัสซีเมียประมาณร้อยละ 20-30
แต่ไม่แสดงอาการของโรค  เป็นพาหะที่สามารถถ่ายทอดยีนที่                          
ทำให้เกิดโรคธาลัสซีเมียได้คนไทยเป็นโรคนี้     ที่มา  http://www.dotcomexpires.com/wp-content
ประมาณร้อยละ 2 ของประชากร










                                                                                                                                                                                                                                          



                      ที่มา  http://www.student.chula.ac.th/~51370277/images/thal0.jpg


             

8 ความคิดเห็น: